Lead+D Lab · EMBA OD 2602607 · Survey Feedback

กลุ่ม 1 · ศูนย์กีฬา จุฬาฯ

แบบวินิจฉัยองค์กร: Work Design & Engagement (35 ข้อ, ส่วน A-E)

ผมอ่านแบบสอบถามของน้อง ๆ กลุ่มศูนย์กีฬาแล้วรู้สึกได้เลยครับว่าตั้งใจทำการบ้านมา เลือกกรอบมาจากแนวคิดจริง ไม่ได้นึกคำถามเอาเอง ของแบบนี้แหละที่ทำให้ผลที่ได้เอาไปใช้ต่อได้ ผมมีอยู่สองเรื่องที่อยากชวนปรับก่อนเอาไปเก็บข้อมูลจริง

สรุปผลการตรวจ

ผ่าน
ใช้หลายข้อต่อหนึ่งเรื่อง โดยส่วน B ใช้กรอบเรื่องการออกแบบงาน และส่วน D ใช้กรอบเรื่องความผูกพันในงาน แทนการถามข้อเดียว
ผ่าน
ใช้ภาษาเชิงบวก อ่านง่าย ไม่มีข้อที่ทำให้สับสน
ผ่าน
มีคำถามปลายเปิด 3 ข้อปิดท้าย และข้อ D4 ยึดกับช่วงเวลา 6 เดือน ตอบจากพฤติกรรมจริง
ผ่าน
มี ข้อดักความตั้งใจ (AC1, AC2) ช่วยคุมคุณภาพการตอบ
ปรับ
ข้อ AC ใช้คำตอบที่คนตั้งใจตอบก็เลือกได้ปกติ (ปานกลาง/เห็นด้วย) คัดคนตอบมั่วได้ไม่คม
ควรแก้
คำถามข้อมูลส่วนตัว (A1-A4) อยู่ต้น Survey ควรย้ายไปไว้ท้าย

จุดแข็ง

สิ่งที่ผมชอบคือน้อง ๆ วางโครงมาจากของจริง ส่วน B ใช้กรอบเรื่องการออกแบบงาน ส่วน D ใช้กรอบเรื่องความผูกพันในงาน พอกรอบมันชัดแบบนี้ เวลาเอาผลมาดู เราจะบอกได้เลยว่าควรไปพัฒนาเรื่องไหนก่อน ไม่ใช่แค่รู้ว่าเขาพอใจหรือไม่พอใจ แล้วการปิดท้ายด้วยคำถามปลายเปิดสามข้อ กับการใส่ข้อดักความตั้งใจ (ข้อที่เช็กว่าคนตอบอ่านจริงไหม) ก็บอกผมว่าน้อง ๆ คิดเรื่องคุณภาพของข้อมูลมาก่อนแล้ว ตรงนี้ผมให้ใจเลยครับ

สิ่งที่ควรปรับ

1. ย้ายข้อมูลส่วนตัวไปไว้ท้าย Survey

ตอนนี้ A1-A4 (ส่วนงาน อายุงาน ตำแหน่ง ประเภทการจ้าง) อยู่หน้าแรก โดยหลักแล้วคำถามข้อมูลส่วนตัวควรอยู่ท้าย Survey เพราะถามตั้งแต่ต้นทำให้คนรู้สึกถูกระบุตัวตนและตอบแบบระวังตัว ยิ่งศูนย์กีฬาคนไม่มาก ตำแหน่งบวกอายุงานบวกประเภทการจ้างยิ่งเดาตัวได้ ขอให้ย้ายทั้งส่วน A ไปไว้ก่อนหรือหลังส่วนปลายเปิด E

2. ทำ ข้อดักความตั้งใจ ให้คมขึ้น

AC1 ให้เลือก ปานกลาง และ AC2 ให้เลือก เห็นด้วย ปัญหาคือสองค่านี้เป็นคำตอบที่คนตั้งใจตอบก็เลือกได้ตามปกติ เลยแยกคนตอบมั่วออกได้ไม่ชัด ลองให้คำสั่งชี้ไปที่ค่าที่คนปกติแทบไม่เลือก เช่น โปรดเลือก ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ในข้อนี้ จะคัดได้คมกว่า

สิ่งที่ปรับได้ทันที

โดยรวมเป็นงานที่ดีและเกือบพร้อมแล้วครับ ปรับสองเรื่องนี้แล้วเอาไปเก็บข้อมูลจริงได้เลย เก่งมากครับ

เกณฑ์ตรวจทานคุณภาพแบบสอบถาม

เกณฑ์ + แนวปฏิบัติที่ดีผลผลของกลุ่มนี้
ก. ข้อคำถามและตัวเลือก
1. ใช้สเกลหลายข้อแทนการถามข้อเดี่ยวแนวปฏิบัติที่ดี: สเกลคือชุดคำถามหลายข้อที่วัดแนวคิดเดียวกันร่วมกัน แม้ใช้เวลาตอบนานขึ้น แต่ให้ผลแม่นยำกว่าการวัดด้วยคำถามข้อเดียวที่คลาดเคลื่อนง่าย โดยเฉพาะเรื่องที่ซับซ้อน✔ ทำได้หลายข้อต่อด้าน ส่วน B กรอบการออกแบบงาน ส่วน D กรอบความผูกพัน
2. ทุกข้อใช้ได้กับผู้ตอบทุกคนแนวปฏิบัติที่ดี: ความไว้ใจของผู้ตอบสำคัญมาก ถ้าถามข้อที่ไม่เกี่ยวกับเขา จะทำให้รู้สึกห่างเหินและตอบแบบเสียคุณภาพ หรือไม่ตอบเลย✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
3. รูปแบบเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย ใช้ได้ดีแนวปฏิบัติที่ดี: ข้อแบบประโยคบอกเล่าแล้วให้ตอบเห็นด้วยถึงไม่เห็นด้วย 5 ระดับ เป็นรูปแบบมาตรฐานที่ใช้ได้ดี ถ้าข้อไหนมีแค่ 2 ตัวเลือก (เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย) ค่อยขยายเป็น 5 ระดับ✔ ทำได้ใช้รูปแบบเห็นด้วย 5 ระดับ ใช้ได้ดี
4. จะปรับเป็นคำถามให้คมขึ้นก็ได้ (ทางเลือกเสริม)แนวปฏิบัติที่ดี: ถ้าอยากให้คนตอบโฟกัสขึ้นอีก จะตั้งเป็นคำถามแล้วให้ตัวเลือกย้ำสิ่งที่ถามก็ได้ เช่น ถามว่า ท่านชอบงานมากแค่ไหน แล้วให้ตัวเลือก ไม่ชอบเลย ถึง ชอบมากที่สุด เป็นทางเลือก ไม่ต้องเปลี่ยนทุกข้อ✔ ทำได้D4 ทำเป็นคำถามได้ดี ที่เหลือใช้แบบเดิมได้
5. ถามทีละเรื่อง (ไม่ถามซ้อน)แนวปฏิบัติที่ดี: ข้อที่ถามสองเรื่องในประโยคเดียวทำให้ผู้ตอบเลือกไม่ถูก เช่น หัวหน้าท้าทายและชมเชยบ่อยไหม ถ้าทั้งสองเรื่องสำคัญให้แยกเป็นคนละข้อ หรือเลือกถามเรื่องที่สำคัญกว่า✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
6. ใช้ภาษาเชิงบวก อ่านง่ายแนวปฏิบัติที่ดี: คำปฏิเสธ เช่น ไม่ ไม่เคย ประมวลผลยาก ผู้ตอบมักอ่านพลาดและตีความผิด ควรเขียนให้อ่านง่ายและชัดเจน✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
7. ข้อที่ถามสลับด้าน (กลับขั้ว)แนวปฏิบัติที่ดี: ข้อที่ถามสลับด้านเพื่อกันคนตอบรวด เป็นเทคนิคที่สเกลมาตรฐานหลายชุดใช้และใช้ได้ดี ขอแค่เขียนให้ชัด อ่านไม่สับสน และทดสอบกับคนจริงก่อน✔ ทำได้อ่านง่าย ไม่มีข้อที่ทำให้สับสน
8. เลือกรูปแบบข้อให้ตรงกับข้อมูลที่ต้องการแนวปฏิบัติที่ดี: บ่อยครั้งรูปแบบข้อไม่ได้ข้อมูลที่ต้องการ เช่น เลือกได้หลายข้อ ทำให้คนเลือกแต่ข้อบนและข้ามข้อล่าง หรือใช้สเกลให้คะแนนทั้งที่อยากได้การจัดอันดับ✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
9. สเกลสมดุล (จุดกึ่งกลางตรงกัน)แนวปฏิบัติที่ดี: จุดกึ่งกลางของสเกลทั้งทางภาพ ตัวเลข และความหมาย ต้องตรงกัน เช่น แย่/พอใช้/ดี/ดีมาก/ยอดเยี่ยม ส่งสัญญาณจุดกึ่งกลางที่ขัดกัน ทำให้ผู้ตอบสับสน✔ ทำได้5 ระดับสมดุล
ข. การจัดรูปแบบและลำดับ
10. วางข้อสำคัญไว้ต้น Surveyแนวปฏิบัติที่ดี: วางข้อสำคัญไว้ต้น เพื่อให้ผู้ตอบได้ตอบตอนที่ยังมีสมาธิและพลังเต็มที่~ บางส่วนเนื้อหาสำคัญถูกดันลงเพราะข้อมูลส่วนตัวอยู่ต้น
11. ติดป้ายกำกับทุกตัวเลือกแนวปฏิบัติที่ดี: ทุกตัวเลือกควรมีป้ายคำกำกับ ไม่เว้นช่องเปล่าระหว่างปลายสเกล เพื่อให้ทุกตัวเลือกดูสำคัญเท่ากัน✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
12. ใช้ป้ายเป็นคำ ไม่ใช่ตัวเลขล้วนแนวปฏิบัติที่ดี: คำสื่อความหมายตรงกันระหว่างคนมากกว่าตัวเลข เลข 3 ของแต่ละคนต่างกัน แต่คำว่า บางครั้ง เข้าใจใกล้เคียงกัน~ บางส่วนตรวจว่าใช้คำ ไม่ใช่เลขล้วน
13. แยกตัวเลือก ไม่ทราบ/ไม่เกี่ยวข้องแนวปฏิบัติที่ดี: ถ้าจำเป็นต้องมีตัวเลือก ไม่ทราบ หรือ ไม่เกี่ยวข้อง ให้เว้นวรรคแยกออกจากตัวเลือกหลัก เพราะไม่ใช่ระดับความเห็นในสเกล· ไม่จำเป็นไม่มีตัวเลือกไม่ทราบ/ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใส่
14. ตัวเลือกเรียงแถวเดียวหรือคอลัมน์เดียวแนวปฏิบัติที่ดี: จัดตัวเลือกให้อ่านทางเดียว การให้อ่านทั้งแนวตั้งและแนวนอนเพิ่มความสับสนและความผิดพลาด✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
15. รูปแบบหน้าตาสม่ำเสมอทั้งฉบับแนวปฏิบัติที่ดี: รูปแบบสม่ำเสมอช่วยให้ผู้ตอบเรียนรู้ว่าจะมองหาข้อมูลสำคัญตรงไหนได้เร็วและตอบได้ลื่น✔ ทำได้ตามมาตรฐาน
16. วางคำถามอ่อนไหว/ข้อมูลส่วนตัวไว้ท้าย Surveyแนวปฏิบัติที่ดี: หลายคนไม่สบายใจที่จะให้ข้อมูลส่วนตัว และบางคนอาจตอบต่างออกไปถ้ารู้สึกว่าคำตอบจะถูกมองเป็นตัวแทนกลุ่มตน จึงควรไว้ท้าย Survey✘ ควรแก้A1-A4 อยู่ต้น Survey ควรย้ายไปท้าย
ค. การนำไปแจกจริง · แบบสอบถามที่เห็นคือฉบับที่ผู้ตอบจะได้รับ จึงตรวจส่วนนี้ด้วย
17. ติดต่อผู้ตอบมากกว่าหนึ่งครั้งแนวปฏิบัติที่ดี: การติดต่อหลายครั้ง เช่น เชิญแล้วตามอีกรอบ เพิ่มโอกาสที่ผู้ตอบจะยอมสละเวลาตอบ~ บางส่วนเป็นขั้นตอนตอนแจก ควรวางแผนเชิญและตามซ้ำ 1-2 ครั้ง
18. ปรับให้เป็นส่วนตัวแนวปฏิบัติที่ดี: การใส่ชื่อผู้รับแทนคำขึ้นต้นกลางๆ เพิ่มอัตราการตอบได้ราว 7-10% (กรณีแบบไม่ระบุตัวตน ให้ปรับที่ข้อความเชิญแทน)✘ ควรแก้แบบสอบถามไม่มีบทนำ/คำทักทาย ควรเพิ่มหน้าเกริ่นนำ
19. อธิบายว่าประโยชน์คุ้มกับเวลาที่เสียแนวปฏิบัติที่ดี: ควรมีบทนำที่บอกวัตถุประสงค์ ประโยชน์ เวลาที่ใช้ และการรักษาความลับ เพื่อจูงใจให้คนตอบ✘ ควรแก้ยังไม่มีข้อความบอกวัตถุประสงค์ ประโยชน์ และเวลาที่ใช้ ควรเพิ่มหน้าแรก
20. นำเสนอเหมือนบทสนทนาแนวปฏิบัติที่ดี: ออกแบบให้เหมือนบทสนทนาที่สุภาพ เรียงหัวข้อให้ลื่นไหล ไม่กระโดดสลับเรื่องไปมา ไม่ถามเกินสิ่งที่จำเป็น~ บางส่วนเนื้อหาแบ่งส่วนชัด แต่ไม่มีบทนำเปิด เลยเริ่มห้วน
21. คำถามแรกสอดคล้องกับวัตถุประสงค์แนวปฏิบัติที่ดี: พอบทนำบอกว่าเรื่องนี้สำคัญ ข้อแรกๆ ก็ควรเข้าเรื่องนั้นทันที เป็นการเปิดที่ทรงพลัง ไม่ควรเปิดด้วยข้อมูลส่วนตัว✘ ควรแก้ข้อแรกเป็นข้อมูลส่วนตัว ควรมีบทนำ + ขึ้นด้วยเรื่องงานก่อน
22. วางแผนการติดตามล่วงหน้าแนวปฏิบัติที่ดี: กำหนดล่วงหน้าว่าจะเตือนผู้ตอบเมื่อไรอย่างไร การวางแผนไว้ก่อนช่วยเพิ่มอัตราการตอบ~ บางส่วนวางแผนการติดตามล่วงหน้าตอนแจกจริง